เทศบาลตำบลไค้นุ่น จัดโครงการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดและเสริมสร้างวินัยจราจรในสถานศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (รุ่นที่ 2) >>>>> แอ๊ะ ๆ !!!! เลื่อนลงไปล่างสุด มีรูปอีก 500 รูปภาพนะคับ - _-"

ลงวันที่ 26 มิ.ย. 2569
เทศบาลตำบลไค้นุ่น จัดโครงการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดและเสริมสร้างวินัยจราจรในสถานศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (รุ่นที่ 2)

🚫📚 เทศบาลตำบลไค้นุ่น จัดโครงการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดและเสริมสร้างวินัยจราจรในสถานศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (รุ่นที่ 2)

📅 วันที่ 26 มิถุนายน 2569 เทศบาลตำบลไค้นุ่น อำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์ ดำเนินโครงการ ฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดและเสริมสร้างวินัยจราจรในสถานศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (รุ่นที่ 2)โรงเรียนไค้นุ่นวิทยาพูน โดยได้รับเกียรติจาก นายพนม ประชาชัย นายกเทศมนตรีตำบลไค้นุ่น เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ พร้อมกล่าวให้โอวาทแก่คณะครูและนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม

📝 ในการนี้ นายศิลป์ชัย เบ้าจังหาร ปลัดเทศบาลตำบลไค้นุ่น เป็นผู้อ่านรายงานโครงการต่อประธานในพิธี พร้อมกล่าวถึงความเป็นมา วัตถุประสงค์ และแนวทางการดำเนินโครงการ เพื่อส่งเสริมการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กและเยาวชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ควบคู่กับการเสริมสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

🎯 การดำเนินโครงการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพิษภัยและผลกระทบของยาเสพติดทุกประเภท สร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมให้แก่เด็กและเยาวชน เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของยาเสพติดในสถานศึกษาและชุมชน สนับสนุนการดำเนินงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาล ตลอดจนส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ รู้จักคิดวิเคราะห์ แยกแยะสิ่งที่ถูกต้อง และเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคม

🚸 นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมอบรมยังได้รับความรู้เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตอย่างปลอดภัย การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน การป้องกันตนเองจากการถูกชักชวนให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมถึงการเสริมสร้างวินัยจราจร การเคารพกฎหมายจราจร การสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งเมื่อขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ 🪖 การข้ามถนนอย่างถูกวิธี 🚶‍♂️ การใช้ทางม้าลายอย่างปลอดภัย และการตระหนักถึงผลกระทบจากการขับขี่โดยประมาท ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุในกลุ่มเด็กและเยาวชน

🌱 เทศบาลตำบลไค้นุ่นตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ มีความรู้เท่าทันภัยจากยาเสพติด 🚫💊 บุหรี่ 🚭 บุหรี่ไฟฟ้า 💨 เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 🍺 และพฤติกรรมเสี่ยงในรูปแบบต่าง ๆ ควบคู่กับการปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนน 🚦 การเคารพกฎหมาย ระเบียบวินัย และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อให้สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และเป็นประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว และส่วนรวม


📚 สาระน่ารู้สำหรับเด็กและเยาวชน

รู้ทันยาเสพติด รู้ทันภัยสุราและบุหรี่ ห่างไกลสิ่งเสพติด สร้างอนาคตที่สดใส

ยาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทยและทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ร่างกาย จิตใจ ครอบครัว สังคม และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นวัยที่กำลังเจริญเติบโต หากเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเพียงครั้งเดียว อาจนำไปสู่การเสพซ้ำ การติดยา และส่งผลเสียต่ออนาคตได้

ปัจจุบันยาเสพติดไม่ได้มีเฉพาะ "ยาบ้า" เท่านั้น แต่ยังมีสารเสพติดอีกหลายชนิด รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งล้วนส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว องค์กรด้านสาธารณสุขทั่วโลกต่างยืนยันว่าการป้องกันตั้งแต่วัยเด็กเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดปัญหายาเสพติดในสังคม


1. ยาบ้า (Methamphetamine)

ยาบ้าเป็นยาเสพติดประเภทสารกระตุ้นประสาท มีลักษณะเป็นเม็ดสีส้มหรือสีเขียว บางครั้งมีสัญลักษณ์ WY บนเม็ดยา นิยมเสพโดยการรับประทาน สูดดม หรือเผาแล้วสูดควัน

ผลต่อร่างกาย

ผลต่อสมอง

ผู้เสพต่อเนื่องอาจเกิดภาวะสมองเสื่อม ความจำลดลง และมีความผิดปกติทางจิตเวชได้


2. ยาไอซ์ (Crystal Methamphetamine)

ยาไอซ์เป็นเมทแอมเฟตามีนที่มีความบริสุทธิ์สูงกว่า "ยาบ้า" ออกฤทธิ์รุนแรงกว่า ทำให้ผู้เสพติดได้รวดเร็ว

อันตราย

ผู้ที่ใช้ยาไอซ์เป็นเวลานานมักมีปัญหาทางอารมณ์ ความจำ และการตัดสินใจอย่างชัดเจน


3. เคตามีน (Ketamine)

เคตามีนเดิมเป็นยาระงับความรู้สึกที่ใช้ทางการแพทย์ แต่เมื่อถูกนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์จะกลายเป็นยาเสพติดที่อันตราย

ผลระยะสั้น

ผลระยะยาว

การใช้ร่วมกับสุราหรือยาเสพติดชนิดอื่นเพิ่มความเสี่ยงต่อการหมดสติและเสียชีวิตได้


4. ยาอี (MDMA / Ecstasy)

ยาอีเป็นสารกระตุ้นและหลอนประสาท ทำให้ผู้เสพรู้สึกสนุก คึกคัก และมีพลังงานมากผิดปกติ

อันตราย

นอกจากนี้ยังทำลายสารสื่อประสาทในสมอง ส่งผลต่อความจำและอารมณ์ในระยะยาว


5. โคเคน (Cocaine)

โคเคนเป็นสารกระตุ้นที่ออกฤทธิ์เร็วมาก ทำให้ผู้เสพรู้สึกมั่นใจและมีพลัง แต่ฤทธิ์ยาจะหมดเร็ว จึงเกิดการเสพซ้ำง่าย

ผลเสีย

แม้ใช้เพียงครั้งเดียวก็อาจเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้


6. เฮโรอีน

เฮโรอีนเป็นยาเสพติดที่ออกฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ติดง่ายมาก

ผลเสีย

ผู้เสพมักต้องเพิ่มปริมาณยาเรื่อย ๆ เพราะเกิดการดื้อยา ทำให้เสี่ยงเสียชีวิตสูงขึ้น


7. กัญชา

แม้กัญชาจะมีการใช้ทางการแพทย์ในบางกรณี แต่การใช้โดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชน มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ

ผลเสีย

สมองของเด็กและวัยรุ่นยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ จึงไวต่อผลกระทบของกัญชามากกว่าผู้ใหญ่


8. น้ำกระท่อมและสารเสพติดผสมยาแก้ไอ

การนำยาแก้ไอหรือยาอื่น ๆ มาผสมกับน้ำกระท่อมหรือเครื่องดื่มต่าง ๆ เพื่อให้เกิดอาการมึนเมา เป็นการใช้ยาผิดวัตถุประสงค์

อันตราย

การใช้ยาแก้ไอในปริมาณมากอาจทำให้เกิดพิษต่อสมองและตับได้


9. บุหรี่

ควันบุหรี่มีสารเคมีกว่า 7,000 ชนิด และมีสารก่อมะเร็งหลายสิบชนิด

โรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่

ผู้ที่สูดดมควันบุหรี่มือสองก็มีความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ เช่นเดียวกัน


10. บุหรี่ไฟฟ้า

หลายคนเข้าใจผิดว่าปลอดภัยกว่าบุหรี่ธรรมดา แต่ความจริงบุหรี่ไฟฟ้ายังคงมีสารนิโคตินและสารเคมีอันตราย

ผลเสีย


11. สุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์เป็นสารกดประสาท เมื่อดื่มมากจะทำให้การตัดสินใจและการควบคุมตนเองลดลง

ผลเสีย

การดื่มสุราตั้งแต่อายุน้อยยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดแอลกอฮอล์เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่


วิธีป้องกันตนเองจากยาเสพติด

✅ กล้าปฏิเสธเมื่อมีผู้ชักชวน

✅ เลือกคบเพื่อนที่ดี

✅ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

✅ เล่นกีฬา

✅ ทำกิจกรรมสร้างสรรค์

✅ ปรึกษาพ่อแม่ ครู หรือผู้ปกครองเมื่อพบปัญหา

✅ หากพบเห็นการค้ายาเสพติด แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที


ข้อคิดสำหรับเด็กและเยาวชน

ยาเสพติดไม่มีคำว่า "ลองแค่ครั้งเดียวแล้วจะไม่ติด" เพราะสารเสพติดหลายชนิดสามารถเปลี่ยนแปลงการทำงานของสมอง ทำให้เกิดการเสพซ้ำและนำไปสู่การติดยาได้ การเลือกอยู่ห่างจากยาเสพติด บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คือการปกป้องสุขภาพ อนาคต และครอบครัวของตนเอง


เอกสารอ้างอิง

  1. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ข้อมูลสถานการณ์และประเภทของยาเสพติดในประเทศไทย
  2. องค์การสหประชาชาติด้านยาเสพติดและอาชญากรรม (UNODC) รายงานสถานการณ์ยาเสพติดสังเคราะห์ในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  3. งานวิจัยและข้อมูลด้านสุขภาพเกี่ยวกับผลกระทบของการใช้สารเสพติดต่อสุขภาพจิตและสังคมในประเทศไทย

🚫 ยาเสพติด เป็นภัยร้ายที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย จิตใจ การเรียน และอนาคตของเด็กและเยาวชน ปัจจุบันมีการแพร่ระบาดในหลายรูปแบบ ทั้งยาบ้า ยาไอซ์ เคตามีน ยาอี โคเคน สารเสพติดสังเคราะห์ บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทอื่น ๆ ซึ่งอาจถูกนำมาหลอกลวงหรือชักชวนให้ทดลองใช้ โดยเฉพาะผ่านกลุ่มเพื่อน สื่อสังคมออนไลน์ และบุคคลไม่หวังดี

🚦 ขณะเดียวกัน อุบัติเหตุทางถนน ยังเป็นสาเหตุสำคัญของการบาดเจ็บและการเสียชีวิตในกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ การไม่สวมหมวกนิรภัย 🪖 การขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วเกินกฎหมายกำหนด 🏍️ การฝ่าฝืนสัญญาณจราจร 🚥 การใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างขับขี่ 📱 และการขับขี่โดยขาดความระมัดระวัง

💡 การป้องกันที่ดีที่สุด คือ การมีสติ รู้เท่าทันภัยรอบตัว กล้าปฏิเสธสิ่งเสพติด เลือกคบเพื่อนที่ดี ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เล่นกีฬา ⚽ ออกกำลังกาย 🏃‍♀️ ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ 📖 หลีกเลี่ยงสถานที่หรือบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด และสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งเมื่อใช้รถจักรยานยนต์ เพราะ ความปลอดภัยเริ่มต้นได้จากตัวเราเอง

🛡️ แนวทางป้องกันยาเสพติด สุรา บุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า

การป้องกันยาเสพติดเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของเด็ก เยาวชน ผู้ปกครอง โรงเรียน ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีตั้งแต่วัยเด็กจะช่วยลดโอกาสการเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1. เรียนรู้และรู้เท่าทันยาเสพติด

ความรู้เป็นเกราะป้องกันที่สำคัญ เด็กและเยาวชนควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับยาเสพติด บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อเข้าใจถึงอันตราย ผลกระทบต่อสุขภาพ กฎหมาย และผลเสียต่ออนาคต การรู้เท่าทันยังช่วยให้สามารถปฏิเสธคำชักชวนได้อย่างมั่นใจ


2. กล้าปฏิเสธเมื่อถูกชักชวน

หลายคนเริ่มใช้ยาเสพติดจากคำชักชวนของเพื่อนหรือคนรู้จัก จึงควรฝึกการปฏิเสธอย่างสุภาพแต่หนักแน่น เช่น

หากสถานการณ์ไม่ปลอดภัย ควรรีบเดินออกจากบริเวณนั้นและแจ้งผู้ใหญ่ที่ไว้วางใจ


3. เลือกคบเพื่อนที่ชักชวนกันทำความดี

เพื่อนมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของวัยรุ่นอย่างมาก ควรเลือกคบเพื่อนที่มีพฤติกรรมเหมาะสม เช่น

หากพบว่าเพื่อนเริ่มชักชวนให้ลองสิ่งเสพติด ควรถอยห่างและขอคำแนะนำจากครูหรือผู้ปกครอง


4. ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

การมีกิจกรรมสร้างสรรค์ช่วยลดโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เช่น

กิจกรรมเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างวินัย ความรับผิดชอบ และความภาคภูมิใจในตนเอง


5. หลีกเลี่ยงสถานที่เสี่ยง

ไม่ควรเข้าไปในสถานที่ที่มีโอกาสพบการใช้หรือจำหน่ายยาเสพติด เช่น

หากพบเห็นการกระทำผิด ควรหลีกเลี่ยงและแจ้งเจ้าหน้าที่ ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้อง


6. ระมัดระวังการใช้ยาและเครื่องดื่มที่ไม่ทราบแหล่งที่มา

ไม่ควรรับประทานยา เครื่องดื่ม หรือขนมที่ไม่ทราบที่มา หรือได้รับจากคนแปลกหน้า เพราะอาจมีการผสมสารเสพติดโดยที่ไม่รู้ตัว

ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร และไม่ใช้ยาของผู้อื่น


7. ใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีวิจารณญาณ

ปัจจุบันมีการโฆษณาหรือชักชวนให้ซื้อยาเสพติดผ่านสื่อสังคมออนไลน์และแอปพลิเคชันต่าง ๆ เด็กและเยาวชนควร


8. สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัว

ครอบครัวเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญที่สุด ผู้ปกครองควร


9. โรงเรียนและชุมชนร่วมสร้างภูมิคุ้มกัน

โรงเรียน ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรร่วมกันดำเนินกิจกรรม เช่น

การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนช่วยลดโอกาสที่เด็กและเยาวชนจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด


10. สังเกตสัญญาณเตือนของผู้ที่อาจเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

หากพบว่าบุคคลใกล้ตัวมีพฤติกรรมผิดปกติ เช่น

ควรรีบพูดคุยด้วยความเข้าใจ และพาไปพบผู้ปกครอง ครู หรือบุคลากรทางการแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาโดยเร็ว


11. หากพบเห็นการค้ายาเสพติด ควรทำอย่างไร

หากพบเห็นการลักลอบจำหน่ายหรือเสพยาเสพติด

การแจ้งเบาะแสอย่างถูกต้องและคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเอง เป็นส่วนสำคัญในการช่วยป้องกันปัญหายาเสพติดในชุมชน


🌱 ร่วมกันสร้าง "ชุมชนปลอดยาเสพติด"

การป้องกันยาเสพติดไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความร่วมมือของทุกคนในสังคม เด็กและเยาวชนควรได้รับการปลูกฝังค่านิยมที่ดี รู้จักคิดวิเคราะห์ กล้าปฏิเสธสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมาย ขณะที่ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐต้องร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เอื้อต่อการเรียนรู้ และสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อให้เด็กและเยาวชนเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ห่างไกลจากยาเสพติด สุรา บุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า อันจะนำไปสู่การพัฒนาสังคมที่มั่นคงและยั่งยืนต่อไป

 


☎️ เบอร์โทรศัพท์สำคัญเมื่อพบเหตุฉุกเฉิน

🚔 191 แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย
🚑 1669 เจ็บป่วยฉุกเฉินและอุบัติเหตุ
🚒 199 แจ้งเหตุเพลิงไหม้และกู้ภัย
🚨 1386 สายด่วน ป.ป.ส. แจ้งเบาะแสยาเสพติด
👮 1599 สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

💚 เทศบาลตำบลไค้นุ่นจะยังคงเดินหน้าส่งเสริมกิจกรรมด้านการป้องกันยาเสพติด การสร้างวินัยจราจร และการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัย ห่างไกลยาเสพติด มีระเบียบวินัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

🙏 หากเห็นว่าข่าวสารนี้เป็นประโยชน์ ขอเชิญร่วมกดถูกใจ 👍 กดแชร์ 📲 และติดตามข่าวสารของเทศบาลตำบลไค้นุ่น เพื่อร่วมกันส่งต่อองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ให้แก่เด็ก เยาวชน ครอบครัว และประชาชนในชุมชน เพราะ "การแบ่งปันความรู้ คือพลังสำคัญในการสร้างสังคมที่ปลอดภัยและยั่งยืน" 💙🌏




ภาพที่เกี่ยวข้อง เทศบาลตำบลไค้นุ่น จัดโครงการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดและเสริมสร้างวินัยจราจรในสถานศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (รุ่นที่ 2)

เงาคั่น

โทร : 0 4386 9085
อีเมล : [email protected]

วันจันทร์ - วันศุกร์ (หยุดวันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น.

ป.ป.ช ป.ป.ท