ไค้นุ่นร้อยรวมศรัทธา สืบแสงประทีปหมากตูมกา ประจำปี ๒๕๖๙

ลงวันที่ 30 ต.ค. 2569
ไค้นุ่นร้อยรวมศรัทธา สืบแสงประทีปหมากตูมกา ประจำปี ๒๕๖๙

ข่าวกิจกรรม | เทศบาลตำบลไค้นุ่น

ไค้นุ่นร้อยรวมศรัทธา สืบแสงประทีปหมากตูมกา ประจำปี ๒๕๖๙

ประมวลบรรยากาศงานประเพณีออกพรรษา ระหว่างวันที่ ๒๖–๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๙ ถ่ายทอดภูมิปัญญา เชื่อมความสามัคคีของชุมชน สู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

เทศบาลตำบลไค้นุ่น อำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์ ประมวลบรรยากาศงานประเพณีออกพรรษา “จุดประทีปโคมไฟหมากตูมกา” ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๖–๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๙ โดยมีวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๙ เป็นวันสำคัญของกิจกรรมขบวนแห่หมากตูมกาและพิธีเปิดงาน ณ ลานพระเจ้าใหญ่ไค้นุ่นนคร วัดปิยะมงคล บ้านไค้นุ่น หมู่ที่ ๑๒ ตำบลไค้นุ่น อำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์

การจัดงานอยู่ภายใต้โครงการประเพณีออกพรรษา จุดประทีปโคมไฟหมากตูมกา และการแข่งขันเรือยาวประเพณี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๗๐ โดยเทศบาลตำบลไค้นุ่นร่วมกับอำเภอห้วยผึ้ง คณะสงฆ์ หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน ร่วมอนุรักษ์และเผยแพร่มรดกภูมิปัญญาที่ได้รับสืบทอดจากบรรพบุรุษ พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม


๒๘ ตุลาคม | ขบวนแห่งศรัทธา สู่ค่ำคืนแห่งแสงประทีป

๑๖.๐๐ น. — เริ่มเคลื่อนขบวน ถ่ายทอดเรื่องราวของชุมชน

ช่วงบ่ายวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๙ ขบวนแห่หมากตูมกาขบวนแรกเริ่มเคลื่อนเวลา ๑๖.๐๐ น. นำเสนอผลงานจากทั้ง ๑๓ หมู่บ้านของตำบลไค้นุ่น ร่วมกับขบวนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนที่เข้าร่วมงาน ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านรถประดับ โคมไฟ งานจักสาน งานผ้า และศิลปะการฟ้อนรำ

แต่ละผลงานนำธรรมชาติ วิถีทำกิน ความเชื่อ และสิ่งใกล้ตัวของชุมชนมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ เชื่อมโยงกับความศรัทธาในพระพุทธศาสนาและการร่วมสืบสานประเพณีออกพรรษา สะท้อนความสามารถของช่างฝีมือและพลังความร่วมมือของผู้คนในท้องถิ่น

๑๙.๓๐ น. — พิธีเปิดงาน ร่วมสืบแสงประทีปแห่งพุทธบูชา

เวลา ๑๙.๓๐ น. นางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีออกพรรษา “จุดประทีปโคมไฟหมากตูมกา” ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ ณ ลานพระเจ้าใหญ่ไค้นุ่นนคร วัดปิยะมงคล

โดยมี นายพนม ประชาชัย นายกเทศมนตรีตำบลไค้นุ่น พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล นายศิลป์ชัย เบ้าจังหาร ปลัดเทศบาลตำบลไค้นุ่น หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เทศบาล ร่วมต้อนรับประธานและผู้เข้าร่วมงาน

ในโอกาสนี้ มีผู้ร่วมงานประกอบด้วย

พร้อมด้วยคณะสงฆ์ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำชุมชน ประชาชน และนักท่องเที่ยว ร่วมสืบสานประเพณีที่สะท้อนศรัทธาในพระพุทธศาสนาและภูมิปัญญาของชาวตำบลไค้นุ่น

พิธีเปิดเป็นช่วงสำคัญที่ร้อยรวมความร่วมมือของหน่วยงานและชุมชน ให้ร่วมตระหนักถึงคุณค่าของประเพณีหมากตูมกา ทั้งในฐานะการถวายเป็นพุทธบูชา และมรดกภูมิปัญญาที่สะท้อนตัวตนของชาวไค้นุ่น


๑๓ หมู่บ้าน ๑๓ ผลงาน | เรื่องเล่าจากชุมชนผ่านแสงและงานศิลป์

๐๑ — บ้านไค้นุ่น หมู่ที่ ๑

ผลงาน “นกยูง”

ถ่ายทอดความสง่างาม โดยชุมชนเลือกใช้นกยูงเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นสิริมงคล โชคลาภ และความสามัคคี นำความงดงามของธรรมชาติมาสื่อความหมายผ่านผลงานในขบวนหมากตูมกา

๐๒ — บ้านไค้นุ่น หมู่ที่ ๒

ผลงาน “ปลากัดหม้อ”

สื่อถึงความกล้าหาญ ความอดทน และความมุ่งมั่นของผู้คน ผ่านโครงสร้างไม้ไผ่ประดับกระดาษแก้วและโคมไฟหมากตูมกา ผสานความหมายของผลงานเข้ากับแสงประทีปในงานประเพณีออกพรรษา

๐๓ — บ้านอุปรี หมู่ที่ ๓

ผลงาน “ว่าวจุฬา”

ถ่ายทอดบรรยากาศการเล่นว่าวในช่วงปลายฝนต้นหนาว นำความทรงจำจากวิถีพื้นบ้านมาร่วมอยู่ในงานประเพณี เชื่อมความผูกพันของผู้คนกับฤดูกาลและการละเล่นที่คุ้นเคย

๐๔ — บ้านผึ้ง หมู่ที่ ๔

ผลงาน “ฮอยฮักใต้ต้นหมากตูมกา”

ร้อยรวมความรัก ความผูกพัน และศรัทธา ผ่านงานจักสานไม้ไผ่ ดอกบัว ธุงใย และข้าวตอกแตก โดยองค์ประกอบแต่ละส่วนสะท้อนแนวคิดและคติความเชื่อที่ชุมชนนำมาถ่ายทอด เชื่อมงานฝีมือพื้นบ้านเข้ากับความตั้งใจในการสืบสานประเพณี

๐๕ — บ้านเหล่าสีแก้ว หมู่ที่ ๕

ผลงาน “ไซดักปลา”

นำรูปทรงเครื่องมือที่คุ้นเคยในวิถีพื้นบ้านมาสร้างสรรค์เป็นผลงานร่วมขบวนหมากตูมกา บอกเล่าความผูกพันของชุมชนกับสิ่งใกล้ตัวผ่านงานสร้างสรรค์ในประเพณีท้องถิ่น

๐๖ — บ้านค่ายบุรี หมู่ที่ ๖

ผลงาน “ว่าวจุฬาพร้อมตาวิเศษ”

ถ่ายทอดแนวคิดการร่วมสอดส่องดูแลสิ่งแวดล้อม และความรับผิดชอบต่อพื้นที่ส่วนรวมของชุมชน นำรูปแบบว่าวมาผสานกับความหมายของการร่วมกันดูแลบ้านเมืองให้น่าอยู่

๐๗ — บ้านโนนสัมพันธ์ หมู่ที่ ๗

ผลงาน “วาฬมัจฉา”

นำความงดงามของวาฬในท้องทะเลมาเป็นแรงบันดาลใจ ผสานจินตนาการแห่งศิลปะไทย ถ่ายทอดผ่านรูปแบบโคมไฟหมากตูมกา ร่วมเติมความหลากหลายให้ริ้วขบวนแห่งศรัทธา

๐๘ — บ้านไค้นุ่น หมู่ที่ ๘

ผลงาน “หมากตูมกาปลากัดประทีปโคมไฟ”

เชื่อมความงดงาม ความอดทน และการปรับตัวของปลากัดกับความเพียรในการดำเนินชีวิต ถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับธรรมชาติ ผ่านผลงานที่เกิดจากความร่วมมือของชุมชน

๐๙ — บ้านเหล่าสีแก้ว หมู่ที่ ๙

ผลงาน “รวงข้าวใหญ่”

ถ่ายทอดความผูกพันกับการทำนา ผ่านรวงข้าวขนาดใหญ่ประดับกระดาษแก้วสีทองและโคมไฟหมากตูมกา นำภาพจากวิถีเกษตรกรรมมาผสานกับแสงประทีปในงานประเพณี

๑๐ — บ้านสันป่าแดง หมู่ที่ ๑๐

ผลงาน “โคมไฟแห่งแสงสว่าง”

เปรียบความร่วมแรงร่วมใจของชุมชนเป็นแสงสว่างที่ส่องเรืองรอง ถ่ายทอดคุณค่าของความสามัคคีและการร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งดีงาม

๑๑ — บ้านไค้นุ่น หมู่ที่ ๑๑

ผลงาน “เห็ดสวยงาม”

สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าชุมชนและคุณค่าของการร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ นำสิ่งที่ผูกพันกับท้องถิ่นมาเป็นตัวแทนบอกเล่าความภาคภูมิใจของชุมชน

๑๒ — บ้านไค้นุ่น หมู่ที่ ๑๒

ผลงาน “นกเป็ดน้ำ”

ได้รับแรงบันดาลใจจากหนองไค้นุ่น ถ่ายทอดความผูกพันระหว่างชุมชน แหล่งน้ำ และสิ่งมีชีวิต สะท้อนคุณค่าของธรรมชาติที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของผู้คน

๑๓ — บ้านเหล่าสีแก้ว หมู่ที่ ๑๓

ผลงาน “ไซดักปลา”

บอกเล่าวิถีทำมาหากินและความสัมพันธ์ของผู้คนกับแหล่งน้ำ ผ่านรูปทรงเครื่องมือประมงพื้นบ้าน นำภูมิปัญญาที่ผูกพันกับการดำรงชีวิตมาถ่ายทอดในขบวนหมากตูมกา

ผลงานจากทั้ง ๑๓ หมู่บ้านสะท้อนความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ของชาวตำบลไค้นุ่น พร้อมแสดงให้เห็นคุณค่าของวัสดุธรรมชาติและภูมิปัญญาพื้นบ้านที่สามารถนำมาถ่ายทอดในรูปแบบร่วมสมัย โดยยังรักษาความผูกพันกับวิถีชีวิตและประเพณีของชุมชน


เชื่อมสายสัมพันธ์ระหว่างท้องถิ่น ผ่านขบวนแห่และศิลปะการแสดง

นอกจากผลงานของทั้ง ๑๓ หมู่บ้านแล้ว ขบวนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนยังร่วมถ่ายทอดอัตลักษณ์อย่างหลากหลาย ประกอบด้วย

เทศบาลตำบลไค้นุ่น — “ปลาค้าวลำพะยัง”
เชื่อมเรื่องราวในคำขวัญตำบลกับความภาคภูมิใจในบ้านเกิด นำเอกลักษณ์ของพื้นที่มาถ่ายทอดผ่านผลงานร่วมขบวน

เทศบาลตำบลห้วยผึ้ง — “อู่ข้าวอู่น้ำ ไทเมืองสามอ่าง”
นำเสนอผ่านรูปแบบยุ้งฉาง บอกเล่าความผูกพันกับการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว และการเก็บรักษาผลผลิต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชุมชน

เทศบาลตำบลคำบง — “ไซกุ้มโบราณ”
ถ่ายทอดภูมิปัญญาเครื่องมือจับปลาพื้นบ้าน พร้อมการแสดงชุด “ภูไทดำ” ร่วมเผยแพร่เสน่ห์ของศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น

เทศบาลตำบลหนองอีบุตร — “มูลมังหนองอีบุตร”
ใช้กระติ๊บข้าวคล้าและหมอนขิดเป็นตัวแทนอัตลักษณ์ พร้อมการแสดงที่ผสมผสานท่วงท่ารำภูไทกับจังหวะฟ้อนลำเต้ย ถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาผ่านงานหัตถกรรมและศิลปะการแสดง

เทศบาลตำบลเหล่าใหญ่ — “ปลาโบราณภูน้ำจั้น”
บอกเล่าความภาคภูมิใจในแหล่งเรียนรู้ของท้องถิ่น พร้อมขบวนฟ้อนผู้ไท เชื่อมเรื่องราวของพื้นที่เข้ากับการร่วมสืบสานประเพณี

องค์การบริหารส่วนตำบลนิคมห้วยผึ้ง — “ภูแฝกแหล่งเห็ดงาม ภูผีโห่ลือนาม ตะกร้าตามวิถีไทย”
ถ่ายทอดคุณค่าของงานจักสานและวัสดุธรรมชาติ สะท้อนภูมิปัญญาที่ผูกพันกับวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อมของชุมชน

องค์การบริหารส่วนตำบลแจนแลน ร่วมกับโรงเรียนผู้สูงวัยไทตำบลแจนแลน — “พลายใบบุญ”
ประดับร่มผ้าขาวม้า มาลัยกรผ้าขาวม้า และโคมไฟหมากตูมกา พร้อมการแสดง “รำเซิ้งแห่” ถ่ายทอดความสามารถและพลังการมีส่วนร่วมของผู้สูงวัย

บ้านนาสีนวล ตำบลนาคู อำเภอนาคู — “รำแตงหวาน”
ถ่ายทอดวิถีเกษตรกรรมและอัตลักษณ์ของชุมชนผ่านศิลปะการแสดง นำเรื่องราวจากท้องถิ่นมาร่วมสร้างสีสันในขบวนแห่

เทศบาลตำบลสงเปลือย อำเภอเขาวง — “ฟ้อนกระติบข้าว”
ร่วมถ่ายทอดศิลปะการฟ้อนรำที่เชื่อมโยงกับวิถีพื้นบ้านและสิ่งของที่คุ้นเคยในชีวิตของชาวอีสาน

ขบวนแฟนตาซีสร้างสรรค์บันเทิง
ร่วมเติมสีสัน ความสนุกสนาน และความคิดสร้างสรรค์ให้ริ้วขบวน

การเข้าร่วมของแต่ละหน่วยงานและชุมชนเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เชื่อมสายสัมพันธ์ระหว่างท้องถิ่น และร่วมเผยแพร่ภูมิปัญญาผ่านงานประเพณีเดียวกัน


พลังเบื้องหลังงาน | ร่วมลงมือทำ ร่วมส่งต่อภูมิปัญญา

นายพนม ประชาชัย นายกเทศมนตรีตำบลไค้นุ่น พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล นายศิลป์ชัย เบ้าจังหาร ปลัดเทศบาลตำบลไค้นุ่น หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เทศบาล ร่วมดำเนินงานและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดกิจกรรมเป็นพื้นที่แห่งศรัทธา การเรียนรู้ และการแสดงความสามารถของชุมชน

เบื้องหลังความงดงามของงานเกิดจากความร่วมมือของผู้นำท้องที่ ผู้นำชุมชน ผู้ออกแบบ ช่างฝีมือ คณะผู้แสดง และประชาชน ที่ร่วมกันคิดรูปแบบ เตรียมวัสดุ ประดิษฐ์และตกแต่งผลงาน ตลอดจนเตรียมขบวนแห่และการแสดงทางวัฒนธรรม สะท้อนให้เห็นว่าการสืบสานประเพณีดำรงอยู่ได้ด้วยการร่วมลงมือทำและส่งต่อความรู้ระหว่างคนต่างวัย

ตลอดการจัดงานระหว่างวันที่ ๒๖–๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๙ มีกิจกรรมตามกำหนดการ ประกอบด้วย

กิจกรรมเหล่านี้เปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสทั้งภูมิปัญญา วิถีชีวิต และศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น ผ่านการมีส่วนร่วมของผู้คนในชุมชน


รู้จัก “หมากตูมกา” | จากผลไม้ป่า สู่ประทีปแห่งศรัทธา

ตามข้อมูลประวัติประเพณีที่ชุมชนถ่ายทอด ชาวบ้านนำผลตูมกามาขูดผิว คว้านเนื้อและเมล็ดออก แล้วแกะฉลุเป็นลวดลาย ก่อนจุดเทียนไว้ภายในและนำไปถวายที่วัดในช่วงออกพรรษาเพื่อเป็นพุทธบูชา เป็นภูมิปัญญาที่นำสิ่งใกล้ตัวมาสร้างสรรค์ด้วยฝีมือและความตั้งใจ

เมื่อวิถีชีวิตเปลี่ยนแปลง ประเพณีดังกล่าวเคยค่อย ๆ เลือนหายไป ก่อนที่ชุมชนจะร่วมกันรื้อฟื้น เปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนได้เรียนรู้และร่วมลงมือทำ จนเกิดการสร้างสรรค์ผลงานหลากหลายรูปแบบ โดยยังเชื่อมโยงกับความหมายของการจุดประทีปเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา

แสงจากโคมไฟหมากตูมกาจึงมีความหมายทั้งในด้านศรัทธา งานฝีมือ และความผูกพันของคนในชุมชน เป็นมรดกที่ได้รับการดูแลและส่งต่อผ่านการร่วมปฏิบัติในงานประเพณี


รักษาวัฒนธรรม สร้างการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้ชุมชน

เทศบาลตำบลไค้นุ่นมุ่งให้การจัดงานเป็นทั้งพื้นที่แห่งศรัทธาและพื้นที่เรียนรู้ ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนรู้จักรากเหง้าของตนเอง เห็นคุณค่าของงานฝีมือ และร่วมภาคภูมิใจในมรดกที่ได้รับสืบทอด พร้อมเผยแพร่เสน่ห์ของประเพณีให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวรู้จักอย่างกว้างขวาง

การจัดงานยังมีเป้าหมายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างโอกาสในการจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชน และบริการในพื้นที่ เพื่อให้การรักษาวัฒนธรรมเชื่อมโยงกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชนอย่างเหมาะสม

เทศบาลตำบลไค้นุ่นขอขอบพระคุณประธานในพิธี คณะสงฆ์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ อำเภอห้วยผึ้ง สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้าร่วม หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำชุมชน ผู้สร้างสรรค์ผลงาน คณะผู้แสดง เจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยปฏิบัติการแพทย์เทศบาลตำบลไค้นุ่น ตลอดจนประชาชนและผู้ร่วมสนับสนุนทุกฝ่าย ที่ร่วมกันสืบสานประเพณีหมากตูมกาให้คงคุณค่า และส่งต่อแสงแห่งศรัทธาสู่คนรุ่นต่อไป


งานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์
สำนักปลัด เทศบาลตำบลไค้นุ่น




ภาพที่เกี่ยวข้อง ไค้นุ่นร้อยรวมศรัทธา สืบแสงประทีปหมากตูมกา ประจำปี ๒๕๖๙

เงาคั่น

โทร : 0 4386 9085
อีเมล : [email protected]

วันจันทร์ - วันศุกร์ (หยุดวันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น.

ป.ป.ช ป.ป.ท